เทคโนโลยีเสมอเหมือนระดับสูงจะถ่ายภาพว่าแนวปะการังฟื้นยังไงภายหลังการฟอกสี

นักค้นคว้าจาก Scripps Institution of Oceanography รวมทั้งวิศวกรที่ UC San Diegoได้ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ภาพใหม่เพื่อตรวจค้นการฟื้นฟูสภาพอย่างยิ่งภายหลังสถานะการณ์การฟอกสีบนแนวปะการังบริเวณPalmyra Atoll ในห้วงสมุทรแปซิฟิคเขตร้อน การศึกษาเรียนรู้วิจัยได้รับการพิมพ์ในวันที่ 5 เดือนเมษายนในแนวปะการัง

ในปี 2558 ปาล์มไมร่าเจอกับน้ำอุ่นที่สุดในประวัติศาสตร์ที่บันทึกไว้นำไปสู่เหตุการฟอกสีฟันอย่างมากมายซึ่งทำให้เกิดผลกระทบต่อต้นปะการังกว่าปริมาณร้อยละ 90 ของเกาะบริเวณเกาะ นักค้นคว้าพบว่าแม้ว่าจะมีการฟอกสีฟันเป็นวงกว้าง แม้กระนั้นต้นปะการังส่วนมากก็ฟื้นได้โดยมีการตายน้อยกว่า 10 เปอร์เซ็นต์

ผลสรุปจะขึ้นกับการตรวจทานแนวปะการังที่ครอบคลุมและก็ให้การดูที่ถูกต้องเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของแนวปะการังเมื่อเวลาผ่านไป นักค้นคว้าใช้ชุดข้อมูลระยะยาวหลายพันภาพในพื้นที่แนวปะการังเดียวกันที่สะสมมานานกว่าแปดปี ภาพกลุ่มนี้ถูกต่อเข้าด้วยกันโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ระบุเองเพื่อสร้างภาพโมเสคภาพ 3 มิติของระบบนิเวศซึ่งเป็นเหมือนการแสดงต้นปะการัง เทคโนโลยีดังที่กล่าวผ่านมาแล้วได้รับการพัฒนาโดยคณะทำงาน 100 Island Challenge กรุ๊ปนักนิเวศวิทยาทางทะเลรวมทั้งวิศวกรที่ใช้เทคโนโลยีปัจจุบันสำหรับการสำรวจแนวปะการังทั้งโลก

“ การถ่ายรูปนี้เป็นแนวทางสำหรับในการกลับสู่สิ่งแวดล้อมในโลกเสมอเหมือนจริง”ไมค์ฟ็อกซ์นักเขียนนำรวมทั้งโพสต์ว็อคจากสถานศึกษาสมุทรศาสตร์ที่วู้ดโฮลโฮลซึ่งจบการศึกษาเรียนรู้ในระดับปริญญาเอกกล่าว ผู้เรียนที่ Scripps “มันช่วยทำให้พวกเราสามารถนำแนวปะการังกลับมาเอาไว้ในห้องแลป”

นักค้นคว้าได้รวมเทคโนโลยีการถ่ายรูปนี้กับโปรแกรมคอมพิวเตอร์สร้างภาพข้อมูลที่ระบุเองใหม่เป็น VisCore ซึ่งช่วยทำให้ผู้ใช้สามารถตรวจตรารูปหลายพันภาพที่มีโมเสค VisCore ถ่ายรูปมากยิ่งกว่า 15,000 ภาพสำหรับพื้นที่ต้นปะการัง 10 ตารางเมตรหลังจากนั้นประมวลผลข้อมูลเพื่อเปลี่ยนแปลงภาพให้เป็นแผนที่ 3 มิติที่ผู้ใช้สามารถมุดน้ำในความจริงเสมอเหมือน

100 Island Challenge ปลดล็อกอีกมิติหนึ่งอย่างแท้จริงเพื่อ Viscore โดยนำทีมนักวิจัยสหวิทยาการด้วยกันเพื่อสร้างข้อมูลอัลกอริทึมและก็เครื่องไม้เครื่องมือที่ในช่วงเวลานี้ช่วยทำให้นักวิทยาศาสตร์ตรวจแนวปะการังในห้องทดลอง การเดินทางผ่านเวลาดูเหมือนจะทุกปี เพื่อติดตามการเจริญเติบโตรวมทั้งการต่ำลงของแต่ละอาณานิคม แล้วก็เพื่อศึกษาเล่าเรียนความเชื่อมโยงเชิงพื้นที่แล้วก็เชิงเลวทรามผ่านแนวปะการัง

โครงงานนี้เกิดขึ้นได้โดยการรวบรวมนักค้นคว้าจาก Scripps รวมทั้ง Jacobs School of Engineering ที่ UC San Diego ด้วยความจริงจังอย่างถ่องแท้ต่อโครงงาน Falko Kuester ศ.จ.ทางวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์และก็วิศวกรรมองค์ประกอบที่ UC San Diegoกล่าว

“ พวกเราอยากได้ให้เสียงของต้นปะการังเพื่อบอกเล่าเรื่องราวของพวกเขารวมทั้งให้ผู้มีส่วนได้เสียมีส่วนร่วมสำหรับเพื่อการคุ้มครองปกป้องพวกเขา” เขากล่าว

วิดีโอหลายร้อยรายการที่นักค้นคว้าผลิตขึ้นมีให้บริการบน YouTube ในการมองสาธารณะ

“ โปรแกรมนี้ให้โอกาสให้พวกเราได้เยี่ยมชมการมุดน้ำแต่ละครั้งของพวกเราอีกรอบและก็วิเคราะห์แนวปะการังด้วยการเน้นใหม่” Fox กล่าว “เมื่อพวกเรา ‘กลับ’ ลงไปในภาพพวกเราใส่ใจว่าการฟอกสีมากกว่าที่พวกเราคิดออกเมื่อพวกเรามุดน้ำในแนวปะการังเพื่อเก็บข้อมูล”

นักค้นคว้ายังสามารถติดตามการฟื้นฟูสภาพของต้นปะการังได้อย่างใกล้ชิด เมื่อมองดูไปที่photomosaics ของแนวปะการังภายหลังจากเหตุฟอกฟ็อกซ์และก็กลุ่มได้บันทึกการเติบโตของสิ่งมีชีวิตในแนวปะการังที่สำคัญเป็นสาหร่าย crustose coralline สาหร่ายนี้ช่วยยึดเกาะแนวปะการังไว้ร่วมกันและก็สามารถทำให้มีการเกิดการทรุดตัวของต้นปะการังอ่อนวัย

ในพื้นที่ที่ต้นปะการังตายและก็ถูกปกคลุมด้วยสาหร่ายที่เป็นแถวต้นปะการังนักค้นคว้ามีความคิดเห็นว่าในอีกโดยประมาณหนึ่งปีสาหร่ายนี้จะถูกแทนที่ด้วยคอรัสโตสเปลือกสีชมพู นี่เป็นส่วนใดส่วนหนึ่งด้วยเหตุว่าสุขภาพของระบบนิเวศที่มีขนาดใหญ่ด้วยเหตุว่าPalmyra มีมวลชนปลาที่รับประทานพืชเป็นของกินที่สามารถควบคุมการเติบโตของสาหร่ายทำลายได้

การตำหนิดตามขั้นตอนการฟื้นฟูพวกนี้ที่อาณานิคมของต้นปะการังในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งจะช่วยทำให้นักค้นคว้ามีความรู้ความสามารถที่ลึกซึ้งเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับกรรมวิธีของแต่ละต้นปะการัง – และก็แนวปะการังที่ใหญ่มากยิ่งกว่าที่พวกเขาเป็นส่วนใดส่วนหนึ่ง – กำลังจัดการกับความตึงเครียดสภาพแวดล้อมในสมัยที่

Scroll to top